การสร้างรายได้จากอากาศในยุคที่ดิจิตอลครองเมือง ใครๆก็ใฝ่ฝัน…

สวัสดีครับ

ก่อนอื่นเลยขอบอกว่าผมดีใจมากที่ได้กลับมาเขียนบทความอีกครั้ง ผมหยุดเขียนบทความไปราวๆจะสองปีแล้ว เอาเวลาไปใช้ชีวิตที่ตัวเองต้องการเยอะไปหน่อยครับ ตระเวณเที่ยว ฝึกถ่ายรูป ฯลฯ

ตอนนี้ตัดสินใจจะกลับมาเขียนบทความเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับการสร้าง Lifestyle ด้วยเครื่องมือทางอินเทอร์เน็ทครับ

ที่อยากกลับมาเขียนบทความก็เพราะว่าผมอยากเอาประสบการณ์จริงๆของการสร้างรายได้จากอินเทอร์เน็ทมาแบ่งปันให้พวกเราได้รับทราบกัน ถ้านับแล้วตอนนี้ผมก็ทำมาประมาณ 10 ปีพอดี

ก็จะขอเอาความรู้พวกนี้มาเผยแพร่แบ่งปันหน่อยในภาษาที่สบายๆ และที่สำคัญ…

สิ่งที่ผมจะเขียนเกือบทั้งหมด ล้วนมาจากประสบการณ์ที่ผมทำมาเอง ไม่ได้เอาเรื่องราวความสำเร็จของคนอื่นมาเขียนซ้ำ จริงๆจะทำก็ได้นะ แต่ผมคิดว่าเขียนเรื่องของคนอื่นยังไงก็คงไม่อินเท่าเขียนจากประสบการณ์ที่ตัวเองเจอมา…

เพื่อนๆเห็นด้วยไหมครับ?

เขียนมาหลายย่อหน้าแล้ว ยังไม่เข้าเรื่องสักที เอ้า เข้าเรื่องเลยละกัน!

บทความแรกนี้ผมจะขอเขียนเพื่อทำความเข้าใจกับผู้อ่านบางท่านที่ยังไม่รู้จักกับการหารายได้ทางเน็ทก่อน เพราะบางคนเห็นแค่คำว่าหารายได้จากเน็ทก็เมินหน้าหนีแล้วเพราะคิดว่าเป็นพวกธุรกิจขายตรงบ้าง หลอกลวงชาวบ้านบ้าง แชร์ลูกโซ่ออนไลน์บ้าง Money game บ้าง ฯลฯ

สิ่งที่ผมทำ รายได้ที่สร้างขึ้นมา พวกนี้มาจากโมเดลการสร้างที่ถูกจริยธรรม ไม่ผิดกฎหมาย ไม่เป็นการหลอกลวงผู้บริโภค ไม่ได้โกงใครกิน และไม่ใช่ Money game ใดๆ เนื่องจากเราขายสินค้าจริงๆ และเราขายให้กับผู้บริโภคจริงๆ

เห็นไหมครับว่ามันคนละเรื่อง!

เอาล่ะ ก่อนเข้าเรื่อง ขอแนะนำตัวเองสั้นๆก่อนนะครับ เพื่อนๆจะได้พิจารณาว่าควรจะเสียเวลาอ่านบทความนี้ต่อไปไหม

ผมชื่อ เสรี วรเดชจำเริญ ชื่อเล่น ก๊วง สมัยก่อนผมทำงานประจำเหมือนคนส่วนใหญ่ล่ะครับ ที่อาจจะไม่เหมือนก็คือผมเริ่มทำงานตั้งแต่เรียนมหาลัยปีสอง ผมเรียนม.รามฯครับ และสุดท้ายก็เรียนไม่จบเพราะพบกับความจริงอย่างนึงว่า สิ่งที่ผมเล่าเรียนมาจากโรงเรียนและมหาลัยนั้นถูกใช้น้อยมากในที่ทำงาน

ในทางตรงกันข้าม สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการศึกษาเอง พวกการเขียนโปรแกรมและความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ต่างๆนั้นกลับถูกนำมาใช้มากกว่าในสัดส่วนที่แบบไม่ต้องเปรียบเทียบกันอีกต่อไป ผมเลยตัดสินใจไม่เรียนให้มันจบและเลือกก้าวหน้าในหน้าที่การงานมากกว่า!

ผมทำงานประจำมาน่าจะราวๆ 8-10 ปีได้ รวมถึงได้ทำธุรกิจกับเพื่อน ทำ Software House ด้วยความหวังว่าจะ “รวย” และจะได้ใช้ชีวิตแบบฟู่ฟ่าตามที่ใฝ่ฝัน

ทำ Software House ไปสามปี รายได้ดีแต่พบว่าชีวิตตัวเองไม่มีเวลายิ่งกว่าตอนทำงานประจำเสียอีก สุดท้ายจึงไปศึกษาและพบกับทางออกที่ผมยึดและทำมาจนถึงปัจจุบัน…

นั่นคือการสร้างรายได้จากอินเทอร์เน็ทหรือที่ผมเรียกว่า Internet Marketing นั่นเอง (ขอโทษที่แปลไม่ตรงตัวนะครับ)

ผมจึงสามารถออกจากงานประจำมารับ-ส่งลูกทั้งสองคนกับภรรยาทุกวันได้ตั้งแต่ปี 2011 จนกระทั่งปัจจุบัน…

ปี 2015 ที่ผ่านมา ClickBank.com ควักกระเป๋าตังเชิญผมให้ไปเป็น Guest Speaker พูดในหัวข้อเรื่อง “How to getting started your own digital business like a PRO” ที่ต่างประเทศร่วมกับนักการตลาดออนไลน์ระดับโลกหลายคน (ClickBank.com คือเว็บไซท์ขาย Digital Product อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ยอดขายมากกว่า $3 Billion USD) ขอย้ำนะครับว่าผมไม่ได้จ่ายเงินเพื่อขอไปขึ้นพูดแล้วถ่ายรูปกลับมาขายของ เค้าจ่ายเงินให้ผมไปขึ้นพูดครับ!

ผมก็ขอแนะนำตัวสั้นๆแค่นี้ก่อนนะครับ เดี๋ยวเราจะได้รู้จักกันมากขึ้นอยู่แล้ว 🙂

เอาล่ะ เข้าเรื่องกันได้ แล้วการสร้างรายได้บนอินเทอร์เน็ทหรือที่ผมเรียกว่าการสร้างรายได้ในยุคดิจิตอลแบบที่ผมบอกมันคืออะไร?

ถ้าเอาแบบสั้นๆเคลียร์ๆก็จะมีสามอย่างนี้ครับ

- ขายสินค้าหรือบริการของเราเอง
- ขายสินค้าหรือบริการของคนอื่นแล้วกินค่านายหน้า
- ขายพื้นที่โฆษณา

เกือบทุกเครื่องมือการสร้างรายได้บนอินเทอร์เน็ทล้วนแล้วแต่อิงการสร้างรายได้จากสามรายการข้างบนนี้ครับ

ผมจะยังไม่พูดถึงเรื่องเครื่องมือว่ามีอะไรบ้างนะครับ แต่ขอพูดถึงลักษณะต่างๆของการสร้างรายได้ทั้งสามแบบนี้ก่อนว่ามันมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันอย่างไร เอาแบบทีละรายการเลย

More...

#1 – ขายสินค้าหรือบริการของเราเอง

อันนี้เป็นทางที่ผมชอบมากที่สุดเพราะมันมีข้อดีในระยะยาวหลายๆอย่าง โดยเฉพาะเรื่องของการสร้าง Loyalty ให้กับกลุ่มลูกค้าของเรา แบบนี้เราจะทำการสร้างสินค้าหรือบริการเองเพื่อมาขาย สิ่งที่เราจะได้จากการสร้างรายได้แบบนี้ก็คือ…

  • รายได้เข้ากระเป๋า 100% (ออกไปทางไหนต่อค่อยว่ากันอีกที แต่ตอนลูกค้าซื้อแล้วเงินไหลเข้ากระเป๋าเราทันที)
  • เป็นการสร้างแบรนด์ไปในตัว ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ของสินค้า บริการ บริษัท หรือแม้แต่ชื่อของตัวเราเอง
  • การสร้าง Loyalty ทำได้ง่ายเพราะการขายสินค้าของตัวเองจะทำให้ลูกค้ารู้สึกใกล้ชิดเรามากกว่า
  • เป็นการสร้าง Mailing list เพื่อสานต่อการสร้างรายได้ในอนาคต และมันคือทรัพย์สินในระยะยาวของเรา
  • สามารถต่อยอดไปสร้างรายได้แบบ #2 ได้ง่ายมากๆ เนื่องจากเราจะมี Mailing list อยู่ในมือ
  • ทำการตลาดได้ง่ายและหลากหลายกว่า

อยากบอกว่าผมชอบแบบแรกที่สุดเพราะมันเป็นอะไรที่สามารถสร้างผลลัพธ์ในระยะยาวได้ดีที่สุด

ยกตัวอย่างแนวทางนี้นะครับ

กลุ่มเป้าหมายของเราคือพวก Blogger ที่ใช้ WordPress เป็นเครื่องมือ ผมก็สร้าง WordPress Plug-in ขึ้นมาเพื่อขายคนเหล่านี้พร้อมกับการสร้าง Mailing list ไปในตัว

พอขายไปได้สักพัก ผมก็สร้าง Plug-in ตัวต่อไปมาขายต่อ

พอขายไปได้สักพัก ผมก็เอา Plug-in ของคนอื่นมาขายแล้วกินค่านายหน้า

เห็นไหมครับว่าโอกาสในการสร้างรายได้มันไม่มีวันจบ

ตัวอย่างอื่นก็อย่างเช่น สมมติเราทำกับข้าวเก่ง เราก็อาจจะไปเขียน eBook เป็นภาษาอังกฤษสอนทำอาหารไทยขึ้นมา ถ้าเขียนภาษาอังกฤษไม่ได้ก็เขียนเป็นภาษาไทยแล้วจ้างคนแปลเป็นภาษาอังกฤษเอา แล้วก็นำไปขายบนตลาด eBook ต่างประเทศ อาจจะเป็น Amazon, ClickBank หรือแม้แต่ขายเองก็ได้เช่นกัน

หลังจากทำการขายไปได้สักพัก เราก็อาจจะทำ eBook เล่มสองออกมา สอนคนทำอาหารที่มากขึ้น หรือแม้แต่ทำเป็น Video สอนก็ได้

แล้วก็นำไปขายให้กลุ่มเป้าหมายเดิมที่อยู่ใน Mailing list ของเรา

ถ้าขี้เกียจทำ eBook เล่มใหม่ๆออกมา ก็ทำการขายสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำอาหารไทยให้กับคนใน Mailing list ต่อไปก็ยังได้

เห็นไหมครับว่ามันไม่ได้ยากเลย

#2 – ขายสินค้าหรือบริการของคนอื่นแล้วกินค่านายหน้า

ผมเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการหารายได้บนอินเทอร์เน็ทด้วยวิธีนี้ มันง่ายสำหรับการเริ่มต้นเนื่องจากเราไม่ต้องมาลงทุนเวลาไปกับการสร้างสินค้าหรือบริการของเราเอง เราแค่ไปหาสินค้าที่ดูดี น่าจะขายได้ง่าย แล้วก็จับเอาไปขายให้กับกลุ่มเป้าหมายที่น่าจะสนใจสินค้าพวกนี้

แล้วก็ปิดด้วยการโน้มน้าวให้กลุ่มเป้าหมายซื้อสินค้า แล้วรับก็รับค่านายหน้าไปนิ่มๆ

สิ่งที่เราจะได้จากการสร้างรายได้แบบนี้คือ…

  • สามารถสร้างรายได้ในระยะเวลาเพียงสั้นๆ บางคนทำไม่ถึงวันก็สร้างรายได้ได้แล้ว เพราะไม่ต้องไปนั่งสร้างสินค้าและระบบการขายของตัวเองนั่นเอง
  • เป็นการฝึกฝนทักษะทางการตลาดโดยตรง เพราะเราไม่ต้องใช้เวลาไปกับการสร้าง การทำรายได้จากค่านายหน้านั้นเราจะทำการตลาดเพียงอย่างเดียว
  • เมื่อสร้างรายได้แบบนี้คล่องแล้ว เราจะรู้ว่าสินค้าหรือบริการตัวไหนขายดี กลุ่มเป้าหมายคือใคร ทำไงต่อละครับ? ก็สร้างสินค้ามาขายต่อเองเลยสิครับ! มุ่งสู่ #1 ต่อเลย

ข้อควรระวังก็คือ การขายของให้คนอื่นมักจะเป็นอะไรที่ได้ผลลัพธ์ในระยะสั้นมากกว่า มีหลายๆกรณีที่คนสร้างรายได้ได้เยอะด้วยวิธีนี้แล้วกลายเป็นศูนย์ในชั่วข้ามคืน เหตุผลมีหลายอย่าง เช่น เจ้าของสินค้าปิดระบบการจ่ายค่านายหน้า ขายเองอย่างเดียว อาจจะเป็นเพราะแบรนด์เค้าแข็งแรงแล้ว ไม่จำเป็นต้องเก็บพวกนักการตลาดกินค่านายหน้าไว้อีกต่อไป ฯลฯ

แต่จงจำไว้อย่างนึงว่า การขายสินค้าให้คนอื่นนั้น พูดกลายๆก็คือการใช้เวลาของเราไปสร้างแบรนด์ให้สินค้าของเค้านั่นเอง ใครจะได้ผลลัพธ์ดีกว่าในระยะยาวคงพอเดากันได้นะครับ

ยกตัวอย่างนะครับ

สมมติเราเข้าไปสำรวจตลาดที่เค้าขาย eBook กันมาแล้วพบว่า eBook สอนทำอาหารไทยมันน่าจะขายดี เราก็ทำการติดต่อไปยังเจ้าของสินค้าเพื่อขอนำสินค้าเค้าไปขายแล้วขอแบ่งค่านายหน้า

เมื่อขอเรียบร้อยเราก็อาจจะไปทำแฟนเพจบน Facebook โพสและลงโฆษณาให้กับคนที่สนใจอาหารไทยเห็น

แล้วก็ทำการขาย eBook เล่มนี้บนแฟนเพจ

ที่น่าสนใจก็คือขั้นตอนการขอสินค้าของเจ้าของสินค้ามาขายนั้นมันง่ายมากๆ ทำไม่กี่นาทีก็เสร็จเพราะเดี๋ยวนี้มันเป็นระบบอัตโนมัติกันหมดแล้ว

วันเดียวทำเงินได้ มันคืออันนี้ล่ะครับ!

#3 – ขายพื้นที่โฆษณา

อันนี้ก็เป็นการสร้างรายได้อีกวิธีนึงที่เริ่มต้นได้ง่ายที่สุด และมีเครื่องมือหลากหลายให้เลือกใช้ หลักการง่ายๆก็คือ…

เราต้องสร้างอะไรก็ได้สักอย่างที่มีคนเข้ามาดู เข้ามาใช้ เข้ามาเยี่ยมชมตลอด แต่ข้างในที่ว่านี้ไม่มีการขายเกิดขึ้น ใช่แล้ว ไม่ขายของเองก็สามารถสร้างรายได้ได้เหมือนกันครับ

หลังจากที่มีคนเข้ามาดู ใช้ เยี่ยมชมเรื่อยๆ เราก็สร้างรายได้จากการให้คนอื่นมาลงโฆษณาในพื้นที่ของเราครับ

ผมยกตัวอย่างเช่น…

สร้างเว็บไซท์ที่มีคนเข้ามาเยี่ยมชมเยอะๆ แล้วให้เช่าพื้นที่โฆษณาเป็นรายเดือน

สร้างแอปบนมือถือที่มีคนเข้ามาใช้งานเยอะๆ แล้ววางโฆษณาไว้ในแอป เมื่อมีคนกดโฆษณา เราก็จะได้เงิน

สร้างคลิปวีดีโอที่มีคนเข้ามาดูเยอะๆบน Youtube แล้วเปิดการทำเงินไว้ เมื่อมีคนเข้ามาดู จะมีการแสดงโฆษณาคั่นเป็นช่วงๆ เราก็จะได้เงินจากการมีคนชมโฆษณาเหล่านี้

ผมว่าวิธีนี้ง่ายมากเลยนะครับ ผมยกตัวอย่างง่ายๆ… สมมติตอนนี้ Star Wars กำลังเป็นที่นิยม

เราก็อาจจะสร้างรายได้ได้ด้วยการ…

สร้างเว็บไซท์ให้ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง ตัวละคร ตัวอย่างหนัง ฉากเบื้องหลัง ฯลฯ แล้ววางโฆษณา

สร้างแอปมือถือสำหรับแฟนๆ Star Wars แล้ววางโฆษณา

สร้างคลิปวีดีโอที่ล้อเลียน Star Wars แล้วเปิดการทำเงินจากโฆษณา

คือเรื่องทุกเรื่องบนโลกนี้สามารถนำมาสร้างรายได้ด้วยวิธีนี้ได้ทั้งนั้นครับ

แต่สิ่งที่น่าคิดก็คือ การสร้างรายได้จากโฆษณานั้น ถ้าต้องการสร้างรายได้แบบเยอะๆหน่อย เราอาจจะต้องเหนื่อยพอดูในการสร้างจำนวนคนใช้ คนดู คนเยี่ยมชม ถ้ามีน้อย ก็รายได้น้อย และวันหนึ่งคนดูก็อาจจะหายไปกลายเป็นศูนย์ก็ได้เช่นกัน…

เอาละครับ ตอนนี้ผมเข้าใจว่าท่านผู้อ่านคงจะพอเห็นภาพที่ละเอียดขึ้นของการสร้างรายได้จากอินเทอร์เน็ทกันแล้วนะครับ

ถ้าท่านผู้อ่านสนใจในการสร้างรายได้จากอินเทอร์เน็ทกันจริงๆจังๆ ผมแนะนำให้ลองเลือกเส้นทางของตัวเองดูก่อนครับว่าชอบสไตล์ไหน

จะแบบ #1, #2, #3 ไม่มีแบบไหนผิด และสามารถเริ่มต้นกับแบบไหนก็ได้ครับ สิ่งสำคัญก็คือเลือกให้ชัดเจนแล้วทำจนกว่าจะได้ผลลัพธ์ครับ

หวังว่าคงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะครับ

สำหรับบทความต่อๆไป ผมจะแบ่งปันในหัวข้อที่ลึกลงไปให้มากขึ้นนะครับ

ชอบกดไลค์ ใช่กดแชร์ เป็นกำลังใจให้ผู้เขียนด้วยครับ

และถ้าท่านผู้อ่านยังไม่ได้ดูวีดีโอที่ผมเคยแชร์ไว้ “ใช้เวลาสร้าง 1 สัปดาห์ ทำไปมากกว่า 2 ล้านบาท” แนะนำให้ไปดูในขณะที่ผมยังปล่อยให้ดูฟรีอยู่ครับ คลิกที่ลิ้งก์ด้านล่างเพื่อเข้าไปดูได้เลยครับ

ขอบคุณที่อ่านกันจนจบครับ

แล้วพบกันในบทความต่อไปครับ 🙂
ก๊วง IMT

ก๊วง

คนไทยคนแรกและคนเดียวในปัจจุบันที่ ClickBank ควักกระเป๋าเชิญไปพูดที่เวทีต่างประเทศร่วมกับนักการตลาดออนไลน์ระดับโลก (ClickBank.com คือเว็บไซท์ขาย Digital Product อันดับหนึ่งของโลกในปัจจุบัน ยอดขายมากกว่า $3 Billion USD)

>